2006/Sep/19

เด็กผู้ชายผมสีดำถูกไว้ลงมาบังใบหน้าของเขาไว้อย่างเรียบร้อย...วิซาร์ดลี่กำลังนั่งจิบ White Chocolate อยู่บนเก้าอี้นวมในห้องส่วนตัวของเขาใน Narakas Tower




...




"หมอกสลายมนตรา !!" วิซาร์ดลี่ร่ายมนตร์แล้ววางถ้วยกาแฟควันกรุ่นลงบนจานรอง สายตาจับจ้องไปที่พื้นที่ริมหน้าต่างบานใหญ่ มองเห็นพายุที่ไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง



หมอกสีจางคลุ้งไปทั่วห้องและหายไปในเวลาอันรวดเร็ว ปรากฏร่างของผู้ชายผมสีส้มสวมเสื้อขวดรุ่งริ่ง ยืนอยู่กับละอองเลือดที่อยู่รอบตัวเขา



"คุณเป็นใคร" วิซาร์ดลี่ยิงคำถามโอมิทันที "คุณเข้ามาที่นี่ทำไม"



"ฉันว่า...ฉันดับจิตสังหารหมดแล้วนะ" โอมิพูดแล้วหัวเราะหึหึ จากนั้นก็นั่งไขว่ห้างลงบนโซฟายาวราวกับที่นี่คือบ้านของเขาเอง "เมื่อกี้นี้ก็มีคนพูดแบบนายครั้งนึงแล้วนะ"

"ออกไปจากที่นี่ซะ" วิซาร์ดลี่ออกคำสั่ง แต่โอมิกลับเลิกคิ้ว

"ถ้าฉันไม่ทำอย่างนั้นล่ะ..." โอมิพูดด้วยน้ำเสียงที่กวนโทสะไม่น้อย






"หนึ่ง..." วิซาร์ดลี่เริ่มนับ โอมิยังคงนิ่งเฉย







"สอง..."








"สาม !!"








วิซาร์ดลี่โบกมือข้างขวา ละเก็ดน้ำแข็งสะท้อนแสงระยิบระยับรวมกันเป็นลิ่มน้ำแข็งโปร่งใส ขณะเดียวกันโอมิก็ลุกขึ้นและใช้มือซ้ายจับด้ามเคียวโค้งที่ซ่อนอยู่ข้างหลังเอาไว้และมือขวาที่เต็มไปด้วยมีดสั้น...



โอมิขว้างมีดสั้นปราดเดียวหมด ตำนวนเกือบทั้งหมดเฉี่ยววิซาร์ดลี่ที่เบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว "เพลิงพิโรธ !!"



วิซาร์ดลี่ร่ายมนตร์อีกบทอย่างรวดเร็ว เปลวไฟขนาดใหญ่พุ่งแหวกอากาศไปทางโอมิ แต่เขาเพียงแค่ปัดมันออกไป เปลวไฟก็ดับลงอย่างรวดเร็ว



โอมิใช้มือซ้ายควงเคียวที่ซ่อนไว้ออกมาพุ่งตรงไปที่วิซาร์ดลี่ด้วยความเร็วสูง ปลายเคียวของโอมิเกี่ยวผ้าคลุมของวิซาร์ดลี่ขาดไปส่วนหนึ่ง จากนั้นจึงใช้มีดสั้นอีกชุดหนึ่งพุ่งตรงไปหมายจะตวัดวิซาร์ดลี่ แต่มีดของโอมิกลับปักลงไปที่กำแพงน้ำแข็งที่วิซาร์ดลี่สร้างขึ้นมาในชั่วพริบตา...กำแพงน้ำแข็งระเบิดออกเป็นสะเก็ดน้ำแข็งทำเอาโอมิต้องกระโจนถอยไปตั้งหลัก





"ไม่เลวนี่ พ่อหนู..." โอมิพูดอย่างบ้าคลั่งก่อนจะหยิบมีดปลายแหลมเปื้อนคราบเลือดพุ่งตรงไปที่วิซาร์ดลี่อีกครั้ง



"ผนึกครามน้ำแข็งคุ้มภัย" กำแพงน้ำแข็งอีกชั้นปรากฏขึ้นต่อหน้าโอมิ แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นอุปสรรคสำหรับเขา มีดเปื้อนคราบเลือดตวัดผ่านกำแพงน้ำแข็งแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย วิซาร์ดลี่ได้รอยแผลยาวที่ใหล่ด้านขวา เลือดไหลซึมเสื้อโค้ทสีดำบริเวณรอยขาด...

"เลือด..." โอมิพึมพำแล้วยิ้มเยาะอย่างผู้ชนะ "เลือด..."

โอมิหัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่ง วิซาร์ดลี่ร่ายมนตร์อีกบท แต่ช้าเกินไป โอมิหายตัวไปพร้อมกับละอองเลือดในพริบตา...

_________________________________________________________

พี่ ว่าน แกล้ง ผม T^T

2006/Sep/19

ในที่สุด วันนี้ก็มาถึง >[]<

ซื้อทรงผมแรร์ ท่าน Kaz มาแล้ว ^O^

img99/8451/pangya254lf2.jpg

เรียบร้อยสุดๆ แต่ไม่มีปัญญาซื้อชุดนี้อ่า T^T

img247/9834/kazbrownyvr6.png

ต้องมีสักวัน...ต้องมี สักวัน ~

2006/Sep/16

ภายในสถานที่แห่งนี้เป็นห้องโถงเล็กๆ มีประตูอีก 4 บานเชื่อมต่อกับห้องอื่นๆ มีเคาท์เตอร์วางชิดผนัง มีโคมไฟติดเพดานทรงกลมส่องแสงสว่างสีเหลืองนวลอยู่บนเพดานที่ไม่สูงนัก ที่ด้านขวา มีบันใดที่เชื่อมไปสู่ชั้นสอง ทั้งสามคนเดินขึ้นบันใดไปทันที

ชั้นสองเป็นทางเดินระหว่างห้องที่มีประตูหลายบานอยู่ตามทางเดิน และที่ซ้ายมือของบันใด มีประตูห้องอีกห้องหนึ่งอยู่ พานิเคิลบิดลูกบิดของบานประตูนั้นออก แน่นอนว่ามันไม่ได้ล็อค นูริและนูนะสึกิตามเธอเข้าไป พานิเคิลปิดประตู

ในห้องเป็นห้องทรงสี่เหลี่ยมที่มีหน้าตัดแทยงเป็นหน้าต่างอยู่ที่มุมด้านในสุดของห้อง มีตู้เสื้อผ้าทำจากไม้ และเตียงนอนอยู่ 3 เตียง มีผ้าห่มพับอยู่เรียบร้อย ที่ริมหน้าต่างมีโต๊ะกลมและเก้าอี้อีก 4 ตัววางอยู่อย่างเป็นระเบียบ

นูนะสึกิค่อยๆวางตัวฮาน่าลงบนเตียงนอนริมสุดอย่างนุ่มนวล ขณะที่เดินไปนั่งลงสบทบกับนูริและพานิเคิลที่เก้าอี้ริมหน้าต่าง

"ฉันงงไปหมดแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น " นูริถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วฟุบลงไปกับโต๊ะอย่างเหนื่อยหน่าย

"คงพายุเข้ามั้งครับ" นูนะสึกิแสดงความเห็น

"แต่ว่า...เหตุการณ์มันดูประจวบเหมาะกับช่วงเวลาเกินไปนะคะ" พานิเคิลเกริ่น "ฮาน่า ทำไม้กอล์ฟปลิวเข้าไปในป่า หลังจากนั้น ฝนก็ตกลงมา แล้วก็มีฟ้าผ่าลงมา...มันเหมือนกับว่า..."

"เธอกำลังจะบอกว่ามีจงใจใช้เวทมนตร์กับพวกเรางั้นเหรอ ? " นูริถาม นูนะสึกิและพานิเคิลนิ่งไปสักพัก แน่นอนว่า เวทมนตร์ไม่ใช่เรื่องงแปลกในเกาะปังย่าแต่อย่างใด แต่ผู้ที่สามารถควบคุมมันได้ก็จัดว่าเป็นผู้ที่มีความสามารถคนหนึ่งเลยทีเดียว

"ค่ะ...อาจจะเป็นอย่างนั้น" พานิเคิลยอมรับ นูนะสึกิพยักหน้าเห็นด้วย

"คงไม่ใช่พี่สาวคนเมื่อกี้หรอกนะ..." นูริเอ่ยลอยๆ พานิเคิลรีบตอบ

"ไม่หรอกค่ะ...คนที่เลี้ยงสัตว์ส่วนใหญ่จะจิตใจอ่อนโยน ฉันสัมผัสได้"

ก๊อก ก๊อก ก๊อก !!

"ทานมื้อเที่ยงได้แล้วจ้า..." เสียงของหญิงสาวที่นำทางทั้งสามคนมายังที่แห่งนี้ดังผ่านประตูมา...















_____________________________________________



















หญิงสาวในชุดสีส้มหมุนตัวรอบกระจกหรูหราบานใหญ่ในห้องสุดโอดถงและตกแต่งอย่างหรูหรา

"ท่านคาสมาตามให้คุณไปพบที่ห้องใต้ดิน..."

เสียงอันราบเรียบและเย็นชาดังมาจากด้านหลังของหญิงสาว ลมพายุหมุนเป็นวงและคลายออก ปรากฏเป็นร่างของ วิซาร์ดลี่ หนึ่งในผู้เกี่ยวข้องกับคาส

"รู้แล้วย่ะ..." เรเวียสกระแทกเสียงพลางหยิบชุดใหม่ที่อยู่ในตู้เสื้อผ้ามาลองเทียบตัวเธอแล้วหมุนอีกรอบ แล้วก็ดูเหมือนว่าเธอจะยังไม่พอใจนัก "ออกไปจากห้องของชั้นได้แล้ว เจ้าเด็กบ้า...ใครอนุญาติให้เข้ามาไม่ทราบ"

"แต่ท่านคาสบอกว่า เดี๋ยวนี้..."

"รู้แล้วๆ" เรเวียสบอกอย่างหมดความอดทนก่อนจะหมุนตัวเป็นครั้งสุดท้าย และเดินตามวิซาร์ดลี่ออกจากห้องไป

เรเวียสและวิซาร์ดลี่เดินลงบันใดวนลงไปสู่ความมืดมิดที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุดของสถานที่แห่งนี้ ท่ามกลางอากาศที่มีละอองฝุ่นปะปนอยู่จำนวนมาก ทำให้เรเวียสไอออกมาเป็นระยะๆไปพลางบ่นจุกจิก

วิซาร์ดลี่หยุดเดินตรงบริเวณที่ดูเหมือนจะอยู่ที่ชั้นล่างสุดของที่แห่งนี้ ด้วยแสงที่เล็ดลอดผ่านผนังหินของที่นี่เข้ามา ทำให้เรเวียสพอจะมองเห็นว่า เบื้องหน้านั้นเป็นประตูบานคู่สูงใหญ่ วิซาร์ดลี่พึมพำมนตร์บทหนึ่ง ก่อนที่บานประตูคู่จะค่อยๆเปิดออกเข้าไปสู่ภายในห้องราวกับว่า มันเชื่อเชิญให้มีคนเข้าไปภายในนั้น เรเวียสกลืนน้ำลายอย่างกล้าๆกลัวๆ วิซาร์ดลี่หันหลังกลับและเดินกลับไปทางบันใด ทำให้เธอตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องอันมืดมิดอย่างเลี่ยงไม่ได้

ทุกฝีเก้าที่เธอเดินเข้าไปในห้องนั้น จะมีเสียงฝีเท้าของเธอสะท้อนกลับเข้าหูทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าเธอไม่ได้อยู่ที่นั่นเพียงคนเดียว





ปึง !!




เรเวียสสะดุ้งเฮือกและหันหลังกลับทันทีโดยที่สมองของเธอยังไม่ทันได้สั่งการ ประตูคู่ทั้งสองบันปิดลงพร้อมกัน หัวใจของเธอเต้นเร็วและรัว ในขณะที่เธอเดินหันหลังเข้าสู่ความมืดมิดของห้องนี้ เธอรู้สึกว่าเธอไปชนกับอะไรบางอย่างเข้า...




...



...





...





ไฟในห้องสว่างขึ้น






...





"โธ่...คาส" เรเวียสพูดกับคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยความชื้นใจขึ้น "ทำเอาฉันใจหายหมดเลย" เธอพูดขณะที่ดูเหมือนว่ากำลังพยายามจะโอบกอดคาส ( เฮ้ย... )

"ว่าแต่...ที่เรียกฉันมานี่มีธุระอะไรเหรอคะ" เธอถาม


"ตามฉันมา" คาสพูดสั้นๆแล้วเดินเข้าไปด้านในของห้อง เรเวียสตามเขาไป


ภายในห้องนี้โถงที่กว้างมากๆ ถึงมันจะไม่กว้างเพราะว่าความมืดรอบห้องทำให้ดูเหมือนว่าห้องนี้ไม่มีขอบเขต ตรงเข้าไปเป็นบันใดปูพรมสูงขึ้นไป

"นี่คืออะไรคะ" เรเวียสถามคาสกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของทั้งสอง มันเป็นแท่นหินรูปวงกลมสูงใหญ่ตั้งอยู่ชิดผนังห้อง ใจกลางของมันมีแสงสีฟ้าใสและชมพูวนรอบและเปล่งประกายออกมา

"มันคือสตาร์เกท..." เสียงของชายหนุ่มตอบ แต่ไม่ใช่คาส เรเวียสและคาสหันหลังไปทางต้นเสียงซึ่งมาจากทางเข้าห้อง เรเวียสรู้สึกได้ถึงสัมผัสแปลกๆ

"สตาร์เกทที่มาจากซากอารยธรรมโบราณ โอรีนส์ ไงล่ะ"

ทว่า...เจ้าของเสียงไม่ได้อยู่ที่ทางเข้าห้อง แต่อยู่ที่ซ้ายมือของพวกเขา

ชายหนุ่มสวมเสื้อผ้าขาดวิ่นสีดำอมน้ำเงินนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาสีแดงซึ่งมีอยู่ก่อนแล้ว ชายคนนี้ใช้แขนเสื้อแทนแขนจริงๆของตัวเองและมีปลายผ้าขาดวิ่น ดวงตาสีแดงก่ำมองมาทางคาสและเรเวียสอย่างเจ้าเล่ห์...

เรเวียสใช้มือปิดจมูกและรู้สึกเวียนหัว เธอได้กลิ่นคาวของเลือด

"ใครอนุญาติให้นายเข้ามาที่นี่" คาสถาม ขณะที่ชายหนุ่มปริศนาหันซ้ายหันขวา

"ฉันเข้ามาเองแหละ" เขาตอบอย่างราบเรียบ "อย่าพูดเหมือนเป็นคนอื่นคนไกลกันอย่างนั้นสิ"

"หมอนี่ใครกันคะ" เรเวียสกระซิบถามคาส

"เขาชื่อโอมิ...เป็นพวกนักสะสมของเก่า...แล้วก็ เป็นพวกบ้าเลือด" คาสบอกแล้วหันไปพูดกับโอมิ

"มีข้อเสนออะไรมาอีกล่ะ" คาสพูดแล้วก็นั่งลงที่โซฟาสีแดงตัวที่อยู่ตรงกันข้าม สตาร์เกท...อุปกรณ์ประหลาดยังคงส่องแสงอยู่ตรงกลาง

"สมแล้ว...ที่เป็นผู้สืบสายเลือดของราชันย์ปีศาจ รู้ดีจริงๆ" โอมิชมแล้วมองไปที่สตาร์เกท "ข้อเสนอของฉันก็ง่าย...นายเอาสตาร์เกทนี่ไป ส่วนฉัน จะขอดาบทั้งสองของนายไปด้วยเช่นกัน"

คาสมีท่าทีจะปฏิเสธ "ทำไมนายถึงต้องการมัน"

"แน่นอนว่าเป็นใครก็ต้องอยากได้มัน..." โอมิเกริ่น "ดาบคู่ที่ควบคุมพลังแห่งความมืดเอาไว้ ฉันต้องการมันไป..."

"ไม่ได้เด็ดขาด" เรเวียสแว๊ดขึ้นทันที "ดาบสองเล่มนั้นเป็นดาบของคาสนะ จะให้เอาไปแลกกับไอ้อุปกรณ์งี่เง่านี่ได้ยังไง"

เรเวียสพูดแล้วผายมือออก เปลวไฟเล็กๆหมุนวนรอบตัวเธอ ส่วนโอมิก็ผายมือเช่นกัน ด้านหลังของเขาเกิดกลุ่มคัวนเล็กๆปรากฏเป็นเคียวโค้งขนาดใหญ่ขึ้น และมีดสั้นเล็กๆอีก 4 เล่มก็ถูกหนีบอยู่ระหว่างนิ้วของเขาที่มือข้างซ้าย

"แผดเผามัน..." เปลวไฟเล็กรอบตัวเรเวียสพุ่งตรงไปที่โอมิดุจฟาดแส้ แต่โอมิไม่มีทีท่าตกใจหรือป้องกันตัวเลยแม้แต่น้อย เปลวไฟนั้นพุ่งทะลุตัวเขาไปโดนโซฟาลุกใหม้ ราวกับว่าเขาไม่มีตัวตน

โอมิขว้างมีดปราดเดียว 4 เล่ม เรเวียสเบี่ยงตัวหลบ มีดเล่มสุดท้ายเฉี่ยวใบหน้าเธอไปแค่นิดเดียว คาสลุกขึ้นพร้อมกับเรียกดาบทั้งสองออกมาจากความมืด โอมิก็ลุกขึ้นเช่นกัน

"นั่นไง...สิ่งที่ฉันต้องการ" โอมิพูดขึ้นลอยๆขณะที่ใช้มีดสั้นอีกชุดหนึ่งกราดไปทางเรเวียสและคาส คาสควงดาบเล่มใหญ่ที่มีฟันปลาเป็นวงกลมปัดมีดสั้นออกไปได้ทั้งหมด แล้วพุ่งตัวใช้ดาบยาวเล่มบางๆฟันลงไปที่ตัวโอมิอย่างแรง แต่ร่างของชายหนุ่มกลับหายไป กลายเป็นละอองเลือดอยู่ที่พื้น

"ฉันไม่ล้มเลิกความตั้งใจเพียงแค่นี้หรอก..." เสียงของโอมิดังสะท้อนไปทั่วห้อง

____________________________________________

โอมิ นี่ ใคร หนอ ^W^